วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

มาทำความรู้จักกระต่ายกัน

       รู้จักกับกระต่าย กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก มีหูยาว ขนปุย ที่พบอาศัยอยู่ตามป่าในประเทศไทยมีชนิดเดียว คือ กระต่ายป่า อาศัยในโพรงดิน ส่วนกระต่ายที่นำมาเลี้ยงตามบ้านมีหลากหลายชนิดและสีแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ต่างๆ


 

       สำหรับคนที่เลี้ยงเจ้าขนปุกปุยหูยาวอย่างกระต่ายก็คงรู้ถึงความน่ารักของมัน กระต่ายเป็นสัตว์ที่ประสาทสัมผัสในการฟังและดมกลิ่นที่ดีมาก มีดวงตากลมโตชนิดที่ไม่ต้องหันก็เห็นภาพด้านหลังได้ มองแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว แต่คุณรู้ไหมว่ากระต่ายมองเห็นสีเพียง 2 สี เท่านั้น คือ สีเขียวและสีน้ำเงิน






          เรื่องที่เรามักเข้าใจผิดว่า อาหารหลักของกระต่ายคือแครอท และผักสดทั่วไป โดยธรรมชาติของกระต่ายที่โตเต็มวัยจะกินหญ้าเป็นอาหารหลัก เนื่องจากกระต่ายมีความต้องการไฟเบอร์สูงมากเพื่อให้เกิดสมดุลย์และช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้แต่การให้อาหารที่ผิดธรรมชาติของกระต่ายโดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม มะเขือเทศ เป็นต้น ถ้าให้ในปริมาณที่มากๆก็จะทำให้กระต่ายท้องเสีย หรือ อุจจาระเหลวได้ เมื่อก่อนกระต่ายเป็นสัตว์ที่ถูกล่าและเป็นอาหาร แต่ปัจจุบันกระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก ถึงกระต่ายจะเป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ไม่ส่งเสียงให้รำคาญและรักสะอาด ก็ใช่ว่าจะเลี้ยงง่าย. ก่อนตัดสินใจนำมาเลี้ยงก็ควรที่จะศึกษาวิธีเลี้ยงเบื้องต้นให้ดีก่อน สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International.

10 สายพันธุ์กระต่ายที่คนนิยมเลี้ยง

สายพันธุ์ที่มาบอกต่อก็คือ

           1. กระต่ายไทย (Thai Rabbit) เป็นกระต่ายพื้นบ้านของประเทศไทย มีขนสั้น ตัวใหญ่ ว่องไวปราดเปรียว หูยาว หน้าค่อนข้างแหลม มีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง สามารถกระโดดได้สูง ทนต่อสภาพอากาศได้ดีและมีหลากหลายสี  






                 2. ไลอ้อนเฮด (Lionhead Rabbit) มีขนาดตัวไม่ใหญ่มาก มีขนเป็นแผงคอลักษณะคล้ายสิงโต ตัวอ้วน สั้นและกลม หูสั้น ตั้ง มีขนปกคลุม มีหลากหลายสี ทั้งสีขาว น้ำตาล ส้ม และสีผสม ขนาดเมื่อโตเต็มที่หนักประมาณ 2 กิโลกรัม







       
            3. โปลิช (Polish Rabbit) นับได้ว่าเป็นกระต่ายพันธุ์ที่เล็กที่สุดเลยก็ว่าได้ น้ำหนักโตเต็มที่ประมาณ 8 ขีด ขนเป็นสีดำ เทา แทน ขาว เป็นสีเดียวกันทั้งลำตัวหรือมีจุดสีแซมเล็กน้อย ดวงตาเล็กเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ ไม่ชอบอากาศร้อน




         



                   4. มินิลอป (Mini Lop) กระต่ายอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างมากในปัจจุบันนี้ มีลักษณะหูตก กะโหลกใหญ่ ขนสั้น แน่น เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักอยู่ประมาณ 1.8 กิโลกรัม








              5. เจอร์รี่วูดดี้ (Jerry Woody) อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ขนยาวน่ารัก มีลักษณะคล้ายกับเท็ดดี้แบร์ แต่จะมีโครงสร้างที่ใหญ่กว่า น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 2-3 กิโลกรัม









            6. ฮอลแลนด์ลอป (holland Lop) พันธุ์กระต่ายที่มีลักษณะตัวป้อมหัวกลม ขนสั้นหนา นุ่มลื่น ใบหูทั้งสองข้างแนบสนิทกับแก้ม กินเก่ง มีสีมากมายหลากหลายสี ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มสีต่าง ๆ ได้มากถึง 7 กลุ่มสี โตเต็มที่จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม











             7. พันธุ์เท๊ดดี้แบร์ (teddy bear) เสน่ห์ของเจ้กระต่ายพันธุ์นีคือจะมีขนยาวทั้งตัว ปุกปุยปัจจุบันมีด้วยกันหลายสีนับเป็นกระต่ายสายพันธุ์เล็กซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะอยู่ที่ 1-1.5 กิโลกรัม









8. วู๊ดดี้ทอย เป็นกระต่ายพันธุ์ขนยาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเท็ดดี้แบร์ มีขนาดเล็กกว่า ขนาดไม่เกิน 1.2 กก.ซึ่งกระต่ายสายพันธุ์นี้ จะมีนิสัย Alert และอยากเรียนรู้ อยากเห็นเป็นที่สุด











             9. เร็กซ์ (Rex) เร็กซ์เป็นกระต่ายขนาดใหญ่ น้ำหนักระหว่าง 3 - 4.5 กิโลกรัม หากใครต้องการกระต่ายตัวใหญ่ ขนนุ่มเหมือนซาตินไว้กอด พันธุ์นี้แหละที่เหมาะสม แต่กระต่ายตัวผู้มีแนวโน้มจะค่อนข้างก้าวร้าวหากไม่ได้ทำหมัน







                   10. มินิเร็กซ์ (Mini Rex) มินิเร็กซ์ เป็นกระต่ายขนาดเล็ก ขนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ เป็นกระต่ายที่อารมณ์ดี เหมาะสำหรับเป็นสัตว์เลี้ยง ผู้เลี้ยงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตัดแต่งขน เพียงแค่ใช้ฝ่ามือลูบหลัง ขนที่ตายก็จะหลุดออกไป









สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International.